สอนอ่านใบเซอร์ IGI Diamond Certificate
การเลือกซื้อเพชรแต่ละครั้งคุณจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเพชรที่คุณเลือกเป็นเพชรแท้หรือได้รับการรับรองมาตราฐานอย่างถูกต้องแล้ว?
ไม่ว่าจะเป็นแหวนเพชรที่ใช้ในงานแต่งงานหรือแหวนเพชรสำหรับสวมใส่เป็นเครื่องประดับทั่วไป ปกติแล้วสิ่งที่ต้องมาพร้อมเพชรของคุณคือ ใบเซอร์หรือใบรับรองเพชร เปรียบเหมือนเครื่องการันตีความน่าเชื่อถือของเพชร และหนึ่งในใบเซอร์ที่ได้รับการยอมรับระดับสากลมาจาก International Gemological Institute หรือ (IGI)

ข้อมูลที่อยู่ในใบรับรองนี้จะบอกรายละเอียดเกี่ยวกับเพชร บอกคุณภาพและที่มาของอัญมณี บอกน้ำหนัก ขนาด รูปทรง และอื่นๆอีกมากมาย ที่จะทำให้เห็นถึงองค์ประกอบสำคัญต่างๆ การทำความเข้าใจวิธีการอ่านใบเซอร์ของเพชรจึงมีความสำคัญมาก เพราะจะช่วยให้คุณมีข้อมูลเพื่อใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อเพชรอันมีมูลค่า
ได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น
คลิกเพื่อดูคลิป : สอนอ่านใบเซอร์ง่ายๆ ใน 1 นาที

เราไปดูกันค่ะว่ารายละเอียดบนใบเซอร์ igi มีอะไรกันบ้าง !
1. Date of Issue ในใบเซอร์ IGI
วันที่ออกใบอนุญาต ข้อมูลส่วนนี้ระบุให้ทราบถึงวันที่ที่ทางIGI ได้มีการตรวจสอบประเมินเพชร ถือเป็นอีกหนึ่งข้อมูลสำคัญที่ควรทราบ เพราะเมื่อเวลาเปลี่ยน รูปแบบและมาตรฐานการให้เกรดอาจถูกปรับเปลี่ยนตามไปด้วย
2. Identification and Report Number ในใบเซอร์ IGI
หมายเลขประจำตัวของเพชรหรือ Report Number ในทุกๆใบเซอร์จะมีเลขเรเซอร์บนเพชรที่ไม่ซ้ำกันหรือที่เรียกกันว่า Report Number หมายเลขนี้มีความสำคัญมากในการตรวจสอบข้อมูลว่าถูกต้องตรงตามใบเซอร์หรือไม่ โดยหมายเลขในใบเซอร์จะปรากฎให้เห็นในหัวข้อ Identification เพื่อป้องกันความผิดพลาดกรณีที่เพชรไม่ตรงตามมาตรฐานที่ใบเซอร์รองรับ
3. Shape and Cutting Style
รูปทรงและการเจียระไนของเพชร อธิบายถึงรูปทรงของเพชรนั้นๆ เช่น เป็นเพชรทรงกลม ทรงไข่ หรือทรงหยดน้ำ เป็นต้น รวมถึงรูปแบบการเจียระไนและการจัดเหลี่ยมของเพชรซึ่งส่งผลต่อความแวววาวและรูปลักษณ์ โดยรวมของเพชรนั้นๆ
4. Measurements
ขนาดของเพชร การบอกถึงขนาดของเม็ด ความกว้าง ความสูง และรวมลึกของเพชร โดยปกติจะมีหน่วยวัดเป็นมิลลิเมตร ข้อมูลส่วนนี้จะทำให้คุณทราบขนาดของเพชรได้อย่างชัดเจนแม่นยำขึ้น
5. Carat Weight
น้ำหนักของกะรัต เมื่อทราบขนาดแล้วข้อมูลที่สำคัญถัดไปของเพชรคือน้ำหนักของกะรัต บอกถึงขนาดและน้ำหนักของเพชร เพชรที่มีขนาดใหญ่หรือน้ำหนักมากมักหายากทำให้ราคาค่อนข้างสูง
6. Color Grade
เกรดสีของเพชร ระดับเกรดสีของเพชรเริ่มจากระดับ D (ไม่มีสี) ไปจนถึงระดับ Z(สีอ่อน) การจัดระดับสีของ IGI จะประเมินปริมาณสีที่มีอยู่ในหิน โดยทั่วไปเพชรที่ไม่มีสีจะเป็นที่ต้องการมากที่สุด
อ่านเพิ่มเติม : สีเพชร เพชรแพงไม่แพงอยู่ที่ตรงนี้
7. Clarity Grade
ระดับความชัดเจนใช้บอกความสะอาดของเพชร เป็นการระบุลักษณะภายในว่ามีสิ่งเจือปนใดหรือไม่รวมถึงตำหนิที่ปรากฏภายนอกเพชร โดยIGI จะให้คะแนนความชัดเจนจาก ‘ไม่มีตำหนิ’ คือ ไม่มีตำหนิหรือรอยตำหนิที่มองเห็นได้เมื่อใช้กล้องขยาย 10 เท่า ไปจนถึง ‘มีตำหนิรวมอยู่ด้วย’ คือ มีตำหนิและ/หรือตำหนิชัดเจน
อ่านเพิ่มเติม : ตำหนิเพชรสิ่งที่ทำให้เพชรราคาตก

8. Cut Grade
คุณภาพของการเจียระไน เกรดการเจียระไนจะประเมินว่าเพชรผ่านการเจียระไนและขึ้นรูปได้ดีเพียงใด เพราะจะส่งผลต่อความสมมาตร ความสว่าง ไฟ และปฏิกิริยากับแสง เพชรที่มีการเจียระไนอย่างดีจะมีความแวววาวและดึงดูดสายตาได้ดีกว่าปกติ
อ่านเพิ่มเติม : Diamond Cut สิ่งที่ทำให้เพชรราคาแพง !
9. Additional Grading Information
การประเมินคุณภาพเพิ่มเติม ข้อมูลในส่วนนี้อาจรวมถึงระดับคุณภาพการขัดเงา ความเงางาม ความสมมาตร ซึ่งการที่เพชรมีความสมมาตรเป็นตัวบ่งชี้ได้ว่าเพชรเม็ดนั้นมีคุณภาพสูง
10. Comments
หมายเหตุเพิ่มเติม เช่น การเรืองแสงหรือลักษณะพิเศษอื่นๆจะถูกระบุไว้ที่นี่
คลิกเพื่อดูคลิป : ทำไมเพชรที่ไม่มีการเรืองแสง (Non-Flu) ถึงราคาแพง
11. Proportions and Diagram
ภาพแสดงสัดส่วนเพชร โดยปกติแล้วในใบเซอร์ IGI มักจะมีแผนภาพแสดงสัดส่วนและลักษณะความชัดเจนของเพชรในรูปแบบกราฟิก ข้อมูลส่วนนี้ช่วยให้เห็นภาพของรูปทรง การเจียระไน และตำหนิของเพชรได้ง่ายขึ้น

ทั้งหมดนี้คือรายละเอียดและความสำคัญของใบเซอร์เพชร เครื่องมืออันทรงคุณค่าที่จะทำให้คุณเข้าใจถึงคุณภาพและคุณลักษณะเพชรของคุณได้อย่างลึกซึ้ง การทำความเข้าใจถึงส่วนประกอบสำคัญเหล่านี้จะทำให้คุณมั่นใจในมูลค่าเพชรของคุณได้มากขึ้น และทำการเปรียบเทียบได้ดีขึ้นเมื่อต้องเลือกซื้อเพชร
อย่าลืมตรวจสอบให้แน่ใจเสมอนะคะว่าเพชรของคุณมาพร้อมกับใบรับรองที่ได้รับมาตรฐาน